ชิงหมิง บูรณะสุสานบูชาบรรพบุรุษ

ชนชาติจีนมีความพิถีพิถันเรื่องการบูชาบรรพบุรุษมาตั้งแต่สมัยโบราน ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลไหนๆก็ต้องมีการกราบไหว้บรรพบุรุษอยู่เสมอ คนที่มีฐานะทางสังคมหรือมีฐานะร่ำรวย มักนิยมสร้างสุสานบรรพบุรุษ หรือจัดพิธีบูชาบรรพบุรุษอย่างใหญ่โตหรูหรา โดยมีความเชื่อว่าจะทำให้ลูกหลานเจริญรุ่งเรืองร่ำรวยยิ่งๆขึ้น พูดถึงวันชิงหมิง อย่างที่กล่าวไว้แต่ต้นว่าเป็นช่วงที่บรรยากาศเข้าสู่ช่วงความอบอุ่นอย่างแท้จริง ท้องฟ้าสดใสดอกไม้บานสะพรั่ง ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี เหมาะแก่การท่องเที่ยวเขียนรูปเขียนบทกวี แล้วประเพณีบูรนะสุสานบูชาบรรพบุรุษในวันชิงหมิงนั้นมีความเป็นมาอย่างไร เรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยปลายราชวงศ์ฉิน ราชสำนักอ่อนแอหัวเมืองน้อยใหญ่ต่างตั้งตัวเป็นใหญ่ หลิวปาง ได้รวบรวมคนดีมีฝีมือทำสงครามแย่งชิงแผ่นดินกับ อ๋องฉู่ เซี่ยงยวี่ ที่คนไทยเรารู้จักกันในนาม ฉ้อปาอ๋อง มาเป็นเวลายาวนาน จนในที่สุดหลิวปาง สามารถได้รับชัยชนะในสงคราม สถาปนาตนเองเป็นพระเจ้าฮั่นเกาจู่ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่น หลังจากนั้นได้เดินทางกลับบ้านเกิดไปกราบไหว้สุสานบรรพบุรุษในวันชิงหมิง แต่เนื่องจากภัยสงครามทำให้สุสานถูกปล่อยให้รกร้าง หลิวปางไม่สามารถจำแนกสุสานบรรพบุรุษของตนเอง จึงเอากระดาษฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย อธิษฐานว่า ขอให้วิญญาณของบรรพบุรุษบนสรวงสวรรค์ ดลบันดาลให้เศษกระดาษเหล่านี้หล่นลงบนที่ตั้งสุสานบรรพบุรุษของตนเอง แล้วโปรยเศษกระดาษเหล่านั้นให้ลอยไปตามกระแสลม เศษกระดาษเหล่านั้นต่างปลิวกระจัดกระจาย แต่มีอยู่ชิ้นหนึ่งตกลงที่ป้ายสุสานแห่งหนึ่งโดยไม่เคลื่อนไปไหน เมื่อหลิวปางเข้าไปค้นดูก็พบป้ายชื่อของบิดามารดา จึงสั่งให้ลิ่วล้อเร่งทำการบูรณะสุสานแล้วทำพิธีกราบไหว้บรรพบุรุษ หลังจากนั้นชาวบ้านต่างก็ทำการบูรณะสุสานกราบไหว้บรรพบุรุษในวันชิงหมิง กลายเป็นประเพณีบูรณะสุสานบูชาบรรพบุรุษในวันเทศกาลชิงหมิงสืบต่อมา และเนื่องจากวันเทศกาลหานสือ อยู่ก่อนหน้าหนึ่งวัน และการงดไฟกินอาหารเย็นก็ทำติดต่อกัน 3 วัน ซึ่งก็เลยมาถึงวันชิงหมิงอยู่แล้ว จึงรวมเป็นเทศกาลเดียวกันในเวลาต่อมา

พูดถึงเทศกาลชิงหมิง และหานสือโดยเนื้อหาแล้วอาจไม่ค่อยมีความเกี่ยวข้องกันนัก แต่การรวมสองเทศกาลนี้เข้าด้วยกัน     นอกจากจะมีวันเวลาที่ต่อเนื่องกันแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทั้งสองเทศกาลล้วนเป็นการรำลึกถึงบุคคลผู้ล่วงลับ เป็นเรื่องหนึ่งที่ผู้ยังมีชีวิตอยู่พึงกระทำแต่โบราณมา

清明   [唐] 杜牧

清明時節雨紛紛,
路上行人欲斷魂;
借問酒家何處有,
牧童遙指杏花村。


หยาดฝนโปรยปรายยามชิงหมิง
คนเดินทางหัวใจแทบสลาย
ถามหาร้านสุราที่ไหนมี
เด็กเลี้ยงควายชี้ไปซิ่งฮวาชุน



梨花风起正清明
游子寻春半出城
日暮笙歌收拾去
万株杨柳属流莺


 ลมสะบัดพัดหลีฮวายามชิงหมิง
 คนเดินทางออกท่องเที่ยวกันมากหลาย
  เสียงขลุ่ยยามเย็นจางหายไป   
แว่วเสียงวิหคราตรีก้องป่าหลิว 

割肉奉君盡丹心,但願主公常自明。
柳下做鬼終不見,強似伴君做諫臣。
倘若主公心有我,憶我之時常自省。
臣在九泉心無愧,勤政清明復清明。


เฉือนเนื้อมอบถวายสุดใจภัคดิ์         เพียงหวังเจ้าเหนือใจเห็นธรรม
เป็นผีเฝ้าโคนหลิวไม่พบหน้า          ดีกว่าเฝ้าสอพลอเคียงข้างกาย
หากใจเหนือหัวยังมีข้าประชาชี        ยามหวนคิดควรมีจิตสำนึก
แม้นอยู่ในปรโลกไม่เสียใจ             มุ่งสร้างสังคมใหม่ให้รุ่งเรือง

edit @ 17 Mar 2011 12:49:31 by guoluren

Comment

Comment:

Tweet