清明节2

posted on 15 Mar 2011 22:42 by guokevichan
寒食插柳禁火,賈子推焚身棉山 หานสือ ชำหลิวดับไฟกินอาหารเย็น เจี้ยจื่อทุย เผากายที่เหมียนซาน

ดับไฟกินอาหารเย็นหมายถึงงดการก่อไฟทำอาหาร จึงต้องกินอาหารที่ทำไว้ก่อนหรืออาหารที่ไม่ต้องหุงต้ม เรียกว่าเทศกาลหานสือ寒食 เทศกาลหานสือจะอยู่ถัดจากเทศกาล 冬節 105วัน ก็จะตกอยู่ก่อนหน้าเทศกาลวันชิงหมิง 1 หรือ 2 วัน ตั้งแต่ยุคก่อนสมัย 秦 จนถึงยุค 南北朝 จะมีการฉลองเทศกาลนี้อย่างเอิกเกริก และค่อยๆลดความสำคัญลงในสมัย 唐 ความเป็นมาของเทศกาลนี้มีหลายตำนาน เรื่องหนึ่งที่สืบขานในหมู่ชนมาจนถึงปัจจุบันคือ เพื่อรำลึกถึงความจงรักษ์ภัคดีของขุนนางแห่งแคว้นจิ้น 介子推   

ในปลายสมัยราชวงศ์โจว ที่เรียกกันว่ายุคชุนชิว (春秋) ในสมัยนั้นองค์รัชทายาทแห่งแคว้นจิ้น ฉงเอ่อ ต้องหลบหนีการตามล่าของฮองเฮาหลี่จี ออกเร่ร่อนระหกระเหินไปนานถึง 19 ปี เหล่าขุนนางและผู้ติดตามต่างก็หนีหายตายจากไปเหลือเพียง5ทหารเสือผู้ภัคดี มีอยู่ครั้งหนึ่งฉงเอ่อ ถูกไล่ล่าไปป่วยอยู่ในที่ๆกันดารแห่งหนึ่งไม่มีอาหาร ขุนนางผู้ซื่อสัตย์เจี้ยจื่อทุย จึงเฉือนเนื้อที่ขาตนเองต้มเป็นน้ำซุบให้ฉงเอ่อกิน เมื่อฉงเอ่อหายแล้วเห็นเจี้ยจื่อทุย เอาผ้าพันขาเอาไว้และมีเลือดไหลซึม จึงถามว่า ขาของท่านไปโดนอะไรมา เจี้ยจื่อทุย จึงบอกตามความจริง ฉงเอ่อ รู้สึกตื้นตันใจกล่าวทั้งน้ำตาว่า วันหลังถ้าเราได้แผ่นดินคืนมาจะต้องตอบแทนความดีของท่านอย่างหนัก ต่อมาฉงเอ่อ ได้รับความช่วยเหลือจากอ๋องฉินมู่กง ยึดเอาแผ่นดินจิ้นคืนมาได้สถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์ จิ้นเหวินกง ( ต่อมาได้ทำนุบำรุงบ้านเมืองจนเข้มแข็งเป็น 1 ใน 5 ผู้ยิ่งใหญ่แห่ง ชุนชิว 春秋五霸) จิ้นเหวินกง ได้ตอบแทนขุนนางที่มีความดีความชอบกันทั่วหน้า แต่กลับลืมนึกถึงเจี้ยจื่อทุย มีขุนนางที่รักไคร่เจี้ยจื่อทุยเขียนกลอนติดไว้ที่หน้าพระราชวังว่า 
 
ลูกมังกรเยาว์วัยสูญเสียบัลลังก์ทอง   
ห้าเสือสู้ติดตามไปทั่วหล้า   
ลูกมังกรยามหิวโหยหนึ่งเสือสู้เฉือนเนื้อ   
มังกรคืนถ้ำยึดครองบัลลังก์ทอง   
สี่เสือมีวังสิงสถิตย์ทั่ว
หนึ่งเสือไร้รังกลับคืนสู่ป่าเขา

 
จิ้นเหวินกง เห็นเข้าจึงนึกได้ว่าในหลายปีมานี้ตนเองลืมเจี้ยจื่อทุยเสียสนิท จึงส่งคนไปตามเจี้ยจื่อทุย กลับมา แต่เจี้ยจื่อทุย ไม่ยอมให้พบกลับพามารดาหลบหนีไปอยู่ที่เขาเหมียนซาน มีคนแนะนำว่าถ้าจุดไฟเผาเหมียนซาน เจี้ยจื่อทุยคงต้องพามารดาหนีออกจากป่าเขา แต่หลังจากที่จุดไฟเผาเหมียนซานอยู่ 3 วัน 3 คืนก็ไม่เห็นเจี้ยจื่อทุย ออกมา พอไฟดับแล้วจึงพบว่าเจี้ยจื่อทุย และมารดาถูกไฟครอกตายที่โคนต้นหลิวต้นหนึ่ง เจี้ยจื่อทุย ยืนตายเอาหลังยันปิดรูโพลงโคนต้นหลิวไว้ ภายในโพลงมีเศษผ้าผืนหนึ่ง บนผ้าผืนนั้นมีข้อความที่เขียนด้วยเลือดว่า


割肉奉君盡丹心,但願主公常自明。
柳下做鬼終不見,強似伴君做諫臣。
倘若主公心有我,憶我之時常自省。
臣在九泉心無愧,勤政清明復清明。


 จิ้นเหวินกง เศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง จึงประกาศให้งดติดไฟทำการใดๆในวันนี้ของทุกๆปีเป็นเวลา 3 วัน เรียกว่าวันเทศกาลหานสือ และเปลี่ยนชื่อเหมียนซานเป็นเจี้ยซาน วันที่เจี้ยจื่อทุยถูกไฟครอกตายคือวันก่อนหน้าเทศกาลชิงหมิงหนึ่งวัน จึงกลายเป็นวันเทศกาลหานสือ งดไฟกินอาหารเย็นสืบมา ปีต่อมาจิ้นเหวินกง เดินทางไปไว้อาลัยเจี้ยจื่อทุยอีก เห็นต้นหลิวที่เจี้ยจื่อทุย แม่ลูกถูกไฟครอกตาย กลับงอกงามแตกกิ่งก้านสาขา จึงหักกิ่งหลิวมาขดเป็นวงสวมที่หัว เหล่าขุนนางเห็นเข้าจึงทำตามบ้าง บางคนก็เอากิ่งหลิวเสียบที่อกเสื้อ กลายเป็นประเพณีใส่มงกุฏหลิว เสียบกิ่งหลิวในวันนี้ ต่อมามีคนเอากิ่งหลิวเสียบที่ประตูบ้าน และปักชำบนพื้นดิน ต้นหลิวเป็นไม้ที่ขึ้นง่ายชำที่ไหนก็งอกงามที่นั่น ไม้หลิวถือเป็นหนึ่งในไม้มงคล เจ้าแม่กวนอิม ก็ใช้กิ่งหลิวในแจกันทิพย์พรมน้ำทิพย์ สามารถขับไล่ภูตผีปีศาจ คนจีนจึงนิยมเสียบกิ่งหลิวและชำกิ่งหลิวกันในวันนี้

Comment

Comment:

Tweet

จริงด้วย คนแก่ขี้ลืม เดี๋ยวลบออกอันนึง

#2 By guoluren on 2011-03-17 12:50